กินยังไงถ้าชอบวิ่ง? โภชนาการสำหรับนักวิ่งที่อยากเร็วขึ้น ฟื้นตัวไว

กินยังไงถ้าชอบวิ่ง? โภชนาการสำหรับนักวิ่งที่อยากเร็วขึ้น ฟื้นตัวไว

ฟิตเนสและการออกกำลังกาย

ซ้อมสม่ำเสมอ มีโปรแกรม ซื้อรองเท้าดี แต่ยังหมดแรงที่กิโลเมตรที่ 15 ตะคริวที่ 25K หรือแย่ไป 2 วันหลังวิ่งยาว ปัญหาที่ขาดหายไปเกือบทุกครั้งคือโภชนาการ

วิ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานมากที่สุดอย่างหนึ่ง นักวิ่งน้ำหนัก 70 กก. เผาผลาญประมาณ 700 แคลอรี่ต่อชั่วโมงที่ pace ปานกลาง กล้ามเนื้อเผาไกลโคเจนในอัตราที่หมดได้ภายใน 90-120 นาที เสียเหงื่อ 1-2 ลิตรต่อชั่วโมงในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ และความเครียดทางกลต่อกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต้องการสารอาหารเฉพาะสำหรับซ่อมแซม

แต่นักวิ่งส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ กินตามสะดวก: กล้วยคว้ามาก่อนออกวิ่ง ข้าวผัดกะเพราจากโรงอาหารหลังวิ่ง อาจมีเจลให้พลังงานระหว่างแข่ง วิธีกินแบบสุ่มนี้ทำให้เสีย performance ไปมาก

บทความนี้ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ของโภชนาการนักวิ่ง กินอะไรก่อนวิ่ง ระหว่างวิ่ง และหลังวิ่ง กลยุทธ์การดื่มน้ำเฉพาะอากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ และการวางแผนมื้ออาหารที่เข้ากับวิถีชีวิตนักวิ่ง ไม่ว่าจะซ้อม 10K แรกหรือเตรียมตัวมาราธอน การกินให้ถูกจะทำให้เร็วขึ้น ลดเสี่ยงบาดเจ็บ และฟื้นตัวไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเชื้อเพลิงของนักวิ่ง

What Power Your Run.jpg

เข้าใจว่าร่างกายใช้เชื้อเพลิงอย่างไรขณะวิ่ง จะช่วยตัดสินใจเรื่องกินได้ดีขึ้น

ไกลโคเจน: เชื้อเพลิงหลักของนักวิ่ง

ขณะวิ่งความหนักปานกลาง ร่างกายใช้ทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นเชื้อเพลิง เมื่อความหนักเพิ่มขึ้น สัดส่วนจะเทไปทางคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ที่ race pace คาร์โบไฮเดรตให้พลังงาน 80-90%

ร่างกายเก็บคาร์โบไฮเดรตในรูปไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ (ประมาณ 300-400 กรัม) และตับ (ประมาณ 80-100 กรัม) รวมเป็นพลังงานจากไกลโคเจนราว 1,600-2,000 แคลอรี่ พอสำหรับวิ่งปานกลางประมาณ 90-120 นาที หลังจากนั้นจะ "ชนกำแพง" เพราะไกลโคเจนหมดและร่างกายเปลี่ยนไปเผาไขมันซึ่งให้พลังงานช้ากว่า

งานวิจัยปี 2018 ใน Sports Medicine (DOI: 10.1007/s40279-018-0867-7) ยืนยันว่าปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่เป็นปัจจัยโภชนาการที่สำคัญที่สุดสำหรับ performance ระยะไกล นักวิ่งที่รักษาไกลโคเจนด้วยการกินอย่างมีกลยุทธ์ทำเวลาดีกว่า 2-3% ใน time trial เทียบกับคนที่ไม่เติมเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม

โปรตีน: วัสดุซ่อมแซม

การวิ่งสร้าง micro-tears ในเส้นใยกล้ามเนื้อ เป็นเรื่องปกติและเป็นวิธีที่กล้ามเนื้อปรับตัวและแข็งแรงขึ้น แต่การซ่อมแซมต้องการโปรตีน โดยเฉพาะกรดอะมิโน leucine, isoleucine, และ valine (branched-chain amino acids) งานวิจัยใน Journal of the International Society of Sports Nutrition (DOI: 10.1186/s12970-017-0177-8) ระบุว่านักกีฬาทนทานต้องการโปรตีน 1.2-1.6g ต่อ กก. น้ำหนักตัวต่อวัน สูงกว่าคนทั่วไปที่แนะนำ 0.8g/กก.

ไขมัน: สำรองพลังงานระยะยาว

ไขมันให้เชื้อเพลิงแทบไม่จำกัด (แม้นักวิ่งผอมก็มีไขมันเก็บ 30,000+ แคลอรี่) แต่เผาช้ากว่าไกลโคเจน การซ้อมความหนักต่ำช่วยให้ร่างกายใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น (fat adaptation) ช่วยประหยัดไกลโคเจนไว้ใช้ตอนเร่งความหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าควรกินอาหารไขมันสูงก่อนวิ่ง เพราะไขมันชะลอการย่อยและอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนระหว่างวิ่ง

เกลือแร่: ตัวนำไฟฟ้าของร่างกาย

โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว ระบบประสาททำงาน และสมดุลน้ำในร่างกาย คุณเสียเกลือแร่ผ่านเหงื่อจำนวนมาก และในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ การเสียเกลือแร่ยิ่งเพิ่มขึ้น งานวิจัยใน British Journal of Sports Medicine (DOI: 10.1136/bjsports-2018-099199) พบว่านักวิ่งในเขตร้อนเสียโซเดียมมากกว่าเขตอบอุ่น 40-60% ต้องปรับกลยุทธ์การเติมเกลือแร่ตามสภาพอากาศ

กินอะไรก่อนวิ่ง?

When to eat before your run.jpg

โภชนาการก่อนวิ่งขึ้นอยู่กับเวลาที่กินล่วงหน้าและระยะทางที่วางแผนไว้

3-4 ชั่วโมงก่อน (มื้อเต็ม)

ถ้ามีเวลากินมื้อเต็มก่อนวิ่ง นี่คือช่วงเวลาในอุดมคติ ร่างกายมีเวลาย่อย ดูดซึมสารอาหาร และเติมไกลโคเจนจนเต็ม

กินอะไร: มื้อสมดุลที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (60-70% ของแคลอรี่) โปรตีนปานกลาง (15-20%) และไขมันต่ำ (15-20%)

ตัวอย่าง:

ข้าวโอ๊ตกับกล้วยและเนยถั่วเล็กน้อย

ข้าวกับไก่ย่างและผักนึ่ง

Hearty Breakfast Wrap ของ Easy Health: 375 kcal · 27g protein · 179 บาท · แมคโครสมดุลกับคาร์บเพียงพอสำหรับ glycogen loading โดยไม่มีไขมันมากเกินไป

1-2 ชั่วโมงก่อน (ของว่างเบา)

นักวิ่งกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ซ้อมตอนเช้ามืด (5-7 โมง) หรือเย็น (6-8 โมง) เพื่อหนีแดดร้อน ของว่างเบา 1-2 ชั่วโมงก่อนมักเป็นตัวเลือกที่เป็นจริงกว่ามื้อเต็ม

กินอะไร: คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย ไขมันและไฟเบอร์น้อยที่สุด ไฟเบอร์ชะลอการย่อยและอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนระหว่างวิ่ง

ตัวอย่าง:

กล้วย 1-2 ลูก (เชื้อเพลิงคลาสสิกของนักวิ่งไทย หาง่ายทุกที่)

ข้าวขาวกับไก่นิดหน่อย

Peanut Butter Berry Jam Bowl ของ Easy Health: 431 kcal · 21g protein · 175 บาท · สัดส่วนคาร์บต่อโปรตีนดีสำหรับการวิ่งระยะปานกลาง

30 นาทีก่อน (เติมเชื้อเพลิงด่วน)

สำหรับคนที่วิ่งเช้ามืดมากและกินมื้อเต็มไม่ไหว คาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็วเล็กน้อยให้น้ำตาลในเลือดเพียงพอที่จะเริ่มวิ่ง

กินอะไร: น้ำตาลอย่างง่ายหรือคาร์บย่อยง่าย ไม่ใส่โปรตีน ไขมัน หรือไฟเบอร์

ตัวอย่าง:

กล้วยครึ่งลูก

อินทผลัม 2-3 ลูก

เครื่องดื่มกีฬาจิบเล็กน้อย

วิ่งตอนท้องว่าง (Fasted Running)

นักวิ่งบางคนซ้อมตอนท้องว่าง (มักเป็นวิ่งเช้าก่อนมื้อเช้า) เพื่อพัฒนา fat adaptation งานวิจัยใน Medicine and Science in Sports and Exercise (DOI: 10.1249/MSS.0b013e31803afe2c) พบว่าการซ้อมตอนท้องว่างเพิ่มความสามารถในการเผาไขมัน แต่ได้ผลเฉพาะวิ่ง easy pace ไม่เกิน 60 นาที เซสชันที่หนักหรือยาวต้องมีเชื้อเพลิง วิ่งท้องว่างในอากาศร้อนกรุงเทพฯ เพิ่มความเสี่ยงขาดน้ำ ดื่มน้ำแม้ข้ามอาหาร

กินอะไรระหว่างวิ่ง?

วิ่งไม่เกิน 60 นาทีไม่ต้องกินอะไร น้ำเปล่าเพียงพอ วิ่งเกิน 60 นาที การเติมเชื้อเพลิงระหว่างวิ่งเริ่มสำคัญมาก

กฎ 60-90 นาที

60-90 นาที: คาร์โบไฮเดรต 30-60g ต่อชั่วโมง ตรงกับอัตราการดูดซึมของร่างกายจากแหล่งคาร์โบไฮเดรตเดียว (กลูโคส) งานวิจัยใน Journal of Applied Physiology (DOI: 10.1152/japplphysiol.00546.2010) ระบุว่าตัวขนส่งกลูโคสในลำไส้รับได้สูงสุดราว 60g ต่อชั่วโมง

เกิน 90 นาที: คาร์โบไฮเดรต 60-90g ต่อชั่วโมงโดยใช้คาร์บหลายแหล่ง (กลูโคสกับฟรุกโตส) ฟรุกโตสใช้ตัวขนส่งคนละตัวในลำไส้ ทำให้ดูดซึมรวมได้มากขึ้น งานวิจัยสำคัญใน Medicine and Science in Sports and Exercise (DOI: 10.1249/MSS.0b013e31802ca738) พบว่าการใช้กลูโคส-ฟรุกโตสร่วมกันช่วยให้ performance ดีขึ้น 8% เทียบกับกลูโคสอย่างเดียว

ตัวเลือกเชื้อเพลิงระหว่างวิ่ง

เจลให้พลังงาน: 20-25g คาร์บต่อซอง พกง่าย ดูดซึมเร็ว แบรนด์ยอดนิยมในร้านอุปกรณ์วิ่งกรุงเทพฯ: GU, Maurten, SIS กินคู่กับน้ำ

เครื่องดื่มกีฬา: ให้ทั้งคาร์บและเกลือแร่พร้อมกัน ควรมีคาร์โบไฮเดรตเข้มข้น 6-8%

อาหารจริงสำหรับ ultra: วิ่งเกิน 3 ชั่วโมง นักวิ่งบางคนชอบอาหารจริง: ข้าวปั้น (พบได้ในงาน ultra ไทย) มันฝรั่งต้มโรยเกลือ กล้วยหั่น อินทผลัม

เม็ดเกลือหรือแคปซูลเกลือแร่: จำเป็นสำหรับนักวิ่งกรุงเทพฯ ที่วิ่งเกิน 90 นาที อัตราเสียเหงื่อ 1.5-2.5 ลิตรต่อชั่วโมงในอากาศ 30+ องศาหมายถึงการเสียโซเดียมอย่างมาก

คำแนะนำเติมเชื้อเพลิงเฉพาะกรุงเทพฯ

อากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ เพิ่มความต้องการเชื้อเพลิงอย่างมาก งานวิจัยใน Scandinavian Journal of Medicine and Science in Sports (DOI: 10.1111/sms.13445) พบว่า performance ในอากาศร้อนลดลง 1.6% ต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเหนือ 15 องศา ที่อุณหภูมิวิ่งปกติของกรุงเทพฯ (28-35 องศา) หมายถึง metabolic stress เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วิธีปรับตัว:

เริ่มดื่มก่อนรู้สึกกระหาย เมื่อกระหายแปลว่าขาดน้ำ 2% แล้ว

พกขวดน้ำมือถือหรือวางเส้นทางให้ผ่านจุดเติมน้ำ (น้ำพุสวน เซเว่น)

วิ่งเกิน 75 นาที การเติมเกลือแร่เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ตัวเลือก

หลีกเลี่ยงการวิ่ง 11:00-15:00 น. วิ่งเช้ามืด (5:00-6:30 น.) หรือเย็น (หลัง 18:00 น.) ลด heat stress 30-40%

กินอะไรหลังวิ่ง? หน้าต่างการฟื้นตัว

โภชนาการหลังวิ่งคือจุดที่นักวิ่งส่วนใหญ่เสียโอกาสมากที่สุด 30-60 นาทีหลังวิ่งคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดทาง metabolic ของทั้งวัน

หน้าต่าง 30 นาที

30 Min most important window to eat.jpg

งานวิจัยใน Journal of the International Society of Sports Nutrition (DOI: 10.1186/s12970-017-0189-4) แสดงว่าการกินโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตภายใน 30 นาทีหลังออกกำลังกายทำให้อัตราการสร้างไกลโคเจนและการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อสูงสุด การกินช้ากว่า 2 ชั่วโมงลดการฟื้นฟูไกลโคเจนได้ถึง 50%

กินอะไรทันที (ภายใน 30 นาที):

โปรตีน + คาร์บรวมกัน

นมช็อกโกแลต (ได้ผลจริง: งานวิจัยพบว่าเทียบเท่าเครื่องดื่มฟื้นตัวเชิงพาณิชย์)

Protein shake กับกล้วย

โยเกิร์ตกรีกกับผลไม้

เป้าหมาย: โปรตีน 20-30g + คาร์โบไฮเดรต 40-80g (คาร์บ 1.0-1.2g ต่อ กก. น้ำหนักตัว)

มื้อฟื้นตัว (1-2 ชั่วโมงหลังวิ่ง)

หลังของว่างฟื้นตัวแรก กินมื้อเต็มภายใน 1-2 ชั่วโมง

กินอะไร:

โปรตีนคุณภาพสูง (ไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้) สำหรับซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวกล้อง มันหวาน ธัญพืช) สำหรับเติมไกลโคเจน

ผักสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินแร่ธาตุ

ไขมันดี (พอประมาณ) สำหรับสนับสนุนการต้านอักเสบ

เมนูฟื้นตัวจาก Easy Health:

Ranchero Skillet: 589 kcal · 56g protein · 27g carbs · 29g fat · 289 บาท · โปรตีนหนักสำหรับฟื้นตัวหลังวิ่งยาวหรือเซสชัน speed

Power Fit Combo: 1,043 kcal · 83g protein · 319 บาท · มื้อฟื้นตัวสุดยอดสำหรับนักวิ่ง high mileage โปรตีน 83g ในมื้อเดียวครอบคลุมกว่าครึ่งของความต้องการรายวัน

Pad Thai Clean Version: 615 kcal · 39g protein · 135 บาท · สมดุลคาร์บต่อโปรตีนดีสำหรับเติมไกลโคเจนพร้อมซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

Farmer Omelette: 385 kcal · 33g protein · 13g carbs · 23g fat · 229 บาท · ฟื้นตัวโปรตีนเข้มข้นสำหรับคนที่ไม่อยากกินหนัก

ดูเมนูฟื้นตัวทั้งหมดที่ easyhealth.asia/menu

กรอบโภชนาการรายวันสำหรับนักวิ่ง

Daily Nutrition Targets for Runners.jpg

โภชนาการนักวิ่งไม่ใช่แค่มื้อรอบการวิ่ง รูปแบบการกินรายวันทั้งหมดกำหนด training adaptation คุณภาพการฟื้นตัว และ performance วันแข่ง

เป้าหมายแมคโครสำหรับนักวิ่ง

คาร์โบไฮเดรต: 5-7g ต่อ กก. สำหรับซ้อมปานกลาง (40-60 กม./สัปดาห์) 7-10g ต่อ กก. สำหรับซ้อมหนัก (60+ กม./สัปดาห์) หรือเตรียมมาราธอน นักวิ่ง 70 กก. ซ้อมปานกลางต้องการคาร์บ 350-490g ต่อวัน

โปรตีน: 1.2-1.6g ต่อ กก. ต่อวัน ค่าสูงสำหรับช่วง speed work ฝึกขึ้นเขา หรือเพิ่ม mileage นักวิ่ง 70 กก. ต้องการ 84-112g ต่อวัน กระจายข้ามมื้อ (25-40g ต่อมื้อ) เพื่อการสังเคราะห์โปรตีนที่ดีที่สุด

ไขมัน: 1.0-1.5g ต่อ กก. จำเป็นสำหรับผลิตฮอร์โมน สุขภาพข้อ และดูดซึมวิตามินละลายไขมัน (A, D, E, K) อย่าลดไขมันต่ำกว่า 20% ของแคลอรี่รวม เพราะรบกวนการทำงานของฮอร์โมน

ตัวอย่างมื้ออาหารรายวันของนักวิ่ง (70 กก. ซ้อม 50 กม./สัปดาห์ ใช้ Easy Health)

ก่อนวิ่ง (5:30 น.): กล้วยครึ่งลูก + น้ำ

ของว่างฟื้นตัวหลังวิ่ง (7:00 น.): Protein shake กับกล้วย (30g protein, 40g carbs)

มื้อเช้า/บรันช์ (8:30 น.): Morning Omelette · 366 kcal · 28g protein · 3g carbs · 27g fat · 225 บาท

มื้อเที่ยง (12:30 น.): Power Fit Combo · 1,043 kcal · 83g protein · 319 บาท

ว่างบ่าย (15:30 น.): Hummus Bowl · 239 kcal · 13g protein · 195 บาท

มื้อเย็น (19:00 น.): Pad Thai Clean Version · 615 kcal · 39g protein · 135 บาท

รวมทั้งวัน: ~2,500+ kcal · ~195g protein

ให้เชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับ training load ปานกลางโดยเน้นโภชนาการฟื้นตัว

Meal Plan สำหรับนักวิ่ง

โภชนาการที่สม่ำเสมอเป็นรากฐานของการซ้อมที่สม่ำเสมอ Meal Plans ของ Easy Health เข้ากับ training load ที่ต่างกัน:

Active Plan: 1,800-2,000 kcal/วัน · 3,499 บาท/5 วัน · สำหรับนักวิ่ง recreational (20-40 กม./สัปดาห์)

Athlete Plan: 2,400-2,600 kcal/วัน · 4,799 บาท/5 วัน · สำหรับนักวิ่งจริงจัง (50-80 กม./สัปดาห์) ในช่วง training block

Balance Plan: 1,400-1,600 kcal/วัน · 3,399 บาท/5 วัน · สำหรับนักวิ่งที่เน้นจัดการน้ำหนักพร้อม performance

Lean Plan: 800-1,000 kcal/วัน · 1,899 บาท/5 วัน · เหมาะเฉพาะวันพักหรือสัปดาห์ recovery เบา ไม่แนะนำช่วงซ้อมหนัก

Keto Plan: คาร์บต่ำ ไขมันสูง · 3,499 บาท/5 วัน · เหมาะกับช่วงสร้างฐาน easy pace แต่ไม่แนะนำช่วง speed work หรือเตรียมแข่ง

Vegetarian Plan: 1,400-1,600 kcal/วัน · 2,799 บาท/5 วัน · โภชนาการวิ่งจากพืชพร้อมกรดอะมิโนครบ

ทุกมื้อไม่มีน้ำตาลเพิ่ม ไม่มีผงชูรส ไม่มีส่วนผสม ultra-processed สำหรับนักวิ่งนี่หมายถึงลดการอักเสบ ฟื้นตัวไวขึ้น และไม่มีปัญหาท้องไส้วันแข่ง

โภชนาการสัปดาห์แข่งและวันแข่ง

Carb Loading (3 วันก่อนแข่ง)

โปรโตคอล carb loading แบบเก่าที่กินพาสต้ามหาศาลถูกแทนที่ด้วยวิธีปานกลางกว่า งานวิจัยใน Sports Medicine (DOI: 10.1007/s40279-017-0793-0) แนะนำให้เพิ่มคาร์โบไฮเดรตเป็น 8-10g ต่อ กก. เป็นเวลา 2-3 วันก่อนฮาล์ฟมาราธอนหรือมาราธอน เติมไกลโคเจนจนเต็มโดยไม่ท้องอืดหรือท้องเสียจากการโหลดสุดโต่ง

สำหรับนักวิ่ง 70 กก. คือคาร์บ 560-700g ต่อวันเป็นเวลา 2-3 วัน เน้นแหล่งคาร์บที่คุ้นเคยและย่อยง่าย: ข้าวขาว มันหวาน พาสต้า ขนมปัง กล้วย

เช้าวันแข่ง

กินมื้อก่อนแข่ง 3-4 ชั่วโมงก่อนปล่อยตัว งานวิ่งกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ปล่อยตัว 4-5 โมงเช้า การกิน 3-4 ชั่วโมงก่อนหมายความว่าต้องกินเที่ยงคืนถึงตี 2 ซึ่งไม่เป็นจริง ทางเลือกที่ทำได้จริง: กินมื้อเย็นตามปกติ (คาร์บสูง โปรตีนปานกลาง ไขมันต่ำ ไฟเบอร์ต่ำ) แล้วกินของว่างเบา (กล้วย ขนมปังทาแยม เครื่องดื่มกีฬา) 60-90 นาทีก่อนปล่อยตัว

อย่าลองอะไรใหม่วันแข่ง ทุกอาหารและเครื่องดื่มต้องทดสอบแล้วระหว่างซ้อม

ข้อผิดพลาดเรื่องโภชนาการของนักวิ่งที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดที่ 1: วิ่งท้องว่างเมื่อวิ่งเกิน 60 นาที ข้ามอาหารก่อนวิ่งยาวจำกัด performance และเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ แม้แค่กล้วยลูกเดียว 30 นาทีก่อนก็สร้างความแตกต่างที่วัดได้

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไฟเบอร์มากเกินก่อนวิ่ง อาหารไฟเบอร์สูง (ส้มตำ ผักดิบ ขนมปังโฮลเกรน) ภายใน 2 ชั่วโมงก่อนวิ่งทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน เก็บไฟเบอร์ไว้มื้อฟื้นตัว

ข้อผิดพลาดที่ 3: ละเลยโภชนาการหลังวิ่ง ทัศนคติ "เดี๋ยวค่อยกิน" ทำให้เสียหน้าต่างฟื้นตัว กล้ามเนื้อพร้อมรับสารอาหารมากที่สุดใน 30-60 นาทีหลังวิ่ง

ข้อผิดพลาดที่ 4: ดื่มแต่น้ำเปล่าเมื่อวิ่งยาว น้ำเปล่าอย่างเดียวระหว่างวิ่งเกิน 60 นาทีในอากาศร้อนกรุงเทพฯ อาจทำให้โซเดียมต่ำอันตราย (hyponatremia) เติมเกลือแร่เพื่อป้องกัน

ข้อผิดพลาดที่ 5: ลองอาหารใหม่วันแข่ง อาหารหรืออาหารเสริมที่ไม่เคยทดสอบระหว่างซ้อมคือการเสี่ยงโชควันแข่ง ปัญหาท้องไส้ทำลายผลงานมากกว่าความฟิตที่ไม่ดี

FAQ

กินอะไรก่อนวิ่งตอนเช้าดี?

สำหรับวิ่งเช้า (5-7 โมง) ขึ้นอยู่กับความหนักและระยะทาง วิ่ง easy ไม่เกิน 60 นาทีวิ่งท้องว่างได้กับน้ำเปล่า แม้กล้วยครึ่งลูก 20-30 นาทีก่อนจะช่วยเพิ่มน้ำตาลในเลือด วิ่งเกิน 60 นาทีหรือเซสชันหนัก กินของว่างย่อยง่าย 60-90 นาทีก่อน: กล้วย ขนมปังขาวทาแยมบาง อินทผลัมสักลูก หลีกเลี่ยงไขมัน ไฟเบอร์ และโปรตีนหนักก่อนวิ่งเพราะชะลอการย่อยและอาจทำให้ปวดท้องระหว่างวิ่ง สำหรับวิ่งยาว (90+ นาที) กินมื้อเต็มเน้นคาร์บ 3-4 ชั่วโมงก่อน ทดสอบอาหารก่อนวิ่งระหว่างซ้อมเสมอ อย่าลองวันแข่ง

นักวิ่งต้องกินโปรตีนเท่าไหร่?

นักวิ่งต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป งานวิจัยใน Journal of the International Society of Sports Nutrition แนะนำ 1.2-1.6g ต่อ กก. น้ำหนักตัวต่อวันสำหรับนักกีฬาทนทาน เทียบกับ 0.8g/กก. สำหรับคนทั่วไป นักวิ่ง 70 กก. ต้องการ 84-112g ต่อวัน ค่าสูงเหมาะสำหรับช่วง training block หนัก speed work หรือเพิ่ม mileage กระจายโปรตีนข้ามมื้อ (25-40g ต่อมื้อ) แทนการกินครั้งเดียว เพราะร่างกายสังเคราะห์โปรตีนได้สูงสุด 25-40g ต่อมื้อ โปรตีนหลังวิ่งภายใน 30 นาทีสำคัญเป็นพิเศษ: 20-30g รวมกับคาร์โบไฮเดรตช่วยทั้งซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเติมไกลโคเจนสูงสุด

วิ่งเสร็จกินอะไรดี?

หลังวิ่งยาว (90+ นาที) เน้น 2 ช่วงเวลากิน ช่วงแรกภายใน 30 นาทีหลังวิ่ง กินโปรตีน+คาร์บรวมกัน: protein shake กับกล้วย นมช็อกโกแลต หรือโยเกิร์ตกรีกกับผลไม้ เป้าหมาย 20-30g โปรตีน + 40-80g คาร์โบไฮเดรต ช่วงที่สองกินมื้อเต็มภายใน 1-2 ชั่วโมง ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพ (ไก่ ปลา ไข่) คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวกล้อง มันหวาน) ผักสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันดีพอประมาณ การกินช้ากว่า 2 ชั่วโมงลดการฟื้นฟูไกลโคเจนได้ถึง 50% รวมอาหารต้านอักเสบ (เบอร์รี่ ผักใบเขียว ปลาที่มี omega-3) เพื่อจัดการการอักเสบจากการวิ่งไกล

วิ่งในอากาศร้อนกรุงเทพฯ ดื่มน้ำยังไงดี?

อากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ (28-35 องศา ความชื้น 60-80%) เพิ่มความต้องการน้ำอย่างมาก นักวิ่งเสียเหงื่อ 1.5-2.5 ลิตรต่อชั่วโมงในสภาพอากาศกรุงเทพฯ เริ่มดื่มน้ำตั้งแต่วันก่อนวิ่ง: ปัสสาวะสีเหลืองอ่อนคือตัวชี้วัดว่าน้ำพอ ระหว่างวิ่ง ดื่ม 150-250ml ทุก 15-20 นาที เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรแรก ไม่ใช่เมื่อกระหาย วิ่งเกิน 60 นาที เติมเกลือแร่ (โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม) ในน้ำหรือใช้เม็ดเกลือแร่ น้ำเปล่าอย่างเดียวสำหรับวิ่งยาวในอากาศร้อนอาจทำให้โซเดียมต่ำอันตราย (hyponatremia) หลังวิ่ง ชดเชย 150% ของน้ำที่เสีย: ถ้าน้ำหนักลด 1 กก. ให้ดื่ม 1.5 ลิตรใน 2-3 ชั่วโมง

วิ่งท้องว่างกับกินก่อนวิ่ง อันไหนดีกว่า?

ทั้งสองแบบมีข้อดีขึ้นอยู่กับบริบท วิ่งท้องว่าง (easy pace ไม่เกิน 60 นาที) พัฒนาความสามารถในการเผาไขมัน ฝึกร่างกายใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น งานวิจัยใน Medicine and Science in Sports and Exercise ยืนยันการปรับตัวนี้ แต่การวิ่งแบบมีเชื้อเพลิงให้ performance ดีกว่าสำหรับเซสชันที่มีความหนัก speed work หรือระยะเกิน 60 นาที วิธีที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่: วิ่ง easy ท้องว่าง 1-2 ครั้ง/สัปดาห์เพื่อ metabolic flexibility แต่เติมเชื้อเพลิงเสมอก่อนเซสชันคุณภาพ (tempo, interval, วิ่งยาว) อย่าวิ่งท้องว่างในอากาศร้อนจัดของกรุงเทพฯ เพราะการรวม fasting กับขาดน้ำเพิ่มความเสี่ยง heat illness อย่างมาก วันแข่ง กินเสมอ

เย็นก่อนแข่งกินอะไรดี?

เย็นก่อนแข่ง กินมื้อค่ำที่คุ้นเคยเน้นคาร์โบไฮเดรต 12-14 ชั่วโมงก่อนปล่อยตัว เน้นคาร์บย่อยง่าย: ข้าวขาว พาสต้า ขนมปัง หรือมันหวานกับโปรตีนไม่ติดมัน (ไก่ ปลา) ไขมันและไฟเบอร์น้อย หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด (พบบ่อยในกรุงเทพฯ แต่ capsaicin ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน) ผักไฟเบอร์สูง ถั่ว นมถ้าแพ้ แอลกอฮอล์ และอะไรก็ตามที่ไม่เคยกินก่อนซ้อมมาก่อน ปริมาณปกติถึงมากกว่าปกติเล็กน้อย carb loading แบบสุดโต่ง (กินจนอึดอัด) ทำให้ท้องอืดและนอนไม่หลับ มื้อเย็นก่อนแข่งที่ดีสำหรับนักวิ่งกรุงเทพฯ: ไก่ย่างกับข้าวขาวและผักนึ่ง หรือ clean pad Thai ตามด้วยกล้วยก่อนนอนเพื่อรักษาไกลโคเจนระหว่างคืน

เติมเชื้อเพลิงการวิ่งด้วยอาหารจริง

ทุกเมนูบน Easy Health ปรุงจากวัตถุดิบจริง มีข้อมูลแมคโครครบ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีผงชูรส ไม่มีส่วนผสม ultra-processed สำหรับนักวิ่งนี่หมายถึงเชื้อเพลิงสะอาดเข้า performance สะอาดออก ไม่มีปัญหาท้องไส้ ไม่มีสารก่อการอักเสบ ไม่ต้องเดาว่าอะไรอยู่ในอาหาร

เมนูกว่า 160 รายการพร้อมข้อมูลแมคโครและจุลสารอาหารครบ

ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีสารกันบูด

ปรุงสดทุกวัน ส่งทั่วกรุงเทพฯ

ข้อมูลโภชนาการครบบนทุกแพ็ค

ดาวน์โหลดแอป Easy Health:

Easy Health บน Google Play (Android)

Easy Health บน App Store (iOS)

หรือสำรวจออนไลน์:

ดูเมนูทั้งหมด

ดู Meal Plans และราคา

References

Thomas, D. T., et al. (2016). Position of the Academy of Nutrition and Dietetics: Nutrition and Athletic Performance. Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics, 116(3), 501-528. https://doi.org/10.1016/j.jand.2015.12.006

Jeukendrup, A. E. (2011). Nutrition for endurance sports. Medicine and Science in Sports and Exercise, 43(7), 1246-1260. https://doi.org/10.1249/MSS.0b013e31821e2d1b

Jager, R., et al. (2017). International Society of Sports Nutrition Position Stand: protein and exercise. Journal of the International Society of Sports Nutrition, 14, 20. https://doi.org/10.1186/s12970-017-0177-8

Kerksick, C. M., et al. (2017). International society of sports nutrition position stand: nutrient timing. Journal of the International Society of Sports Nutrition, 14, 33. https://doi.org/10.1186/s12970-017-0189-4

Stellingwerff, T., & Cox, G. R. (2018). Systematic review: Carbohydrate supplementation on exercise performance. Sports Medicine, 48(Suppl 1), S23-S35. https://doi.org/10.1007/s40279-018-0867-7

Currell, K., & Jeukendrup, A. E. (2008). Superior endurance performance with ingestion of multiple transportable carbohydrates. Medicine and Science in Sports and Exercise, 40(2), 275-281. https://doi.org/10.1249/MSS.0b013e31802ca738

Racinais, S., et al. (2019). Consensus recommendations on training and competing in the heat. British Journal of Sports Medicine, 53(6), 313-318. https://doi.org/10.1136/bjsports-2018-099199

De Bock, K., et al. (2008). Exercise in the fasted state facilitates fibre type-specific intramyocellular lipid breakdown. Medicine and Science in Sports and Exercise, 40(3), 561-568. https://doi.org/10.1249/MSS.0b013e31803afe2c

Vitale, K., & Getzin, A. (2019). Nutrition and Supplement Update for the Endurance Athlete. Nutrients, 11(6), 1289. https://doi.org/10.3390/nu11061289